จากโรงเรียนวัดเชิงเลน หรือ โรงเรียนวัดบพิตรพิมุข สู่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ
โรงเรียนวัดเชิงเลน หรือ โรงเรียนวัดบพิตรพิมุข
ครั้งถึงเดือนเจ็ด ปีระกา สัปตศก ๑๒๔๗ หรือเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๒๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกาศตั้งโรงเรียนวัดบพิตรพิมุขขึ้นเป็นโรงเรียนหลวงรุ่นแรกสำหรับให้ราษฎรได้ศึกษาเล่าเรียน โดยมีขุนอนุกิจวิธูร (น้อย จุลวิธูร) เป็นอาจารย์คนแรก และมีนักเรียนเพียง ๓๔ คน
ในปีแรกที่เปิดสอนอย่างเป็นทางการ โรงเรียนวัดบพิตรพิมุขได้เปิดสอนมูลสามัญชั้นต่ำประโยค ๑ ก่อน โดยจะเรียกชื่อนักเรียนจำแนกชั้นตามชื่อหนังสือที่เรียนคือ นักเรียนมูลบทบรรพกิจ นักเรียนวาหนิติ์กร นักเรียนอักษรประโยค นักเรียนสังโยคพิธาน นักเรียนไวพจน์พิจารณ์ นักเรียนพิศาลการันต์ และนักเรียนจบพิศาลการันต์
จากนั้นการจัดการเรียนการสอนได้พัฒนาดังนี้
พ.ศ. ๒๔๓๙ เปิดสอนมูลสามัญชั้นสูง
พ.ศ. ๒๔๔๕ เปิดสอนระดับประถมศึกษา
โรงเรียนมัธยมวัดบพิตรพิมุข
พ.ศ. ๒๔๔๖ เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษา
พ.ศ. ๒๔๗๗ เปิดสอนชั้นมัธยมปีที่ ๗-๘ แผนกวิสามัญ สอนภาษาต่างประเทศ ต้องเรียนภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับ และเรียนภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน หรือญี่ปุ่น อีกภาษาหนึ่ง อันเป็นรากฐานของการเรียนแผนกธุรกิจ สาขาวิชาภาษาต่างประเทศในสมัยต่อมา
พ.ศ. ๒๔๙๒ เปิดสอนชั้นมัธยมปลาย แบ่งออกเป็น ๒ สาย คือสายสามัญ และสายมัธยมอาชีวศึกษาภาษาต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๔๙๓ เปิดสอนแผนกศึกษาผู้ใหญ่แผนกพิมพ์ดีดไทย-อังกฤษ และแผนกบัญชีร้านค้า และแผนกนี้ได้ยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒
พ.ศ. ๒๔๙๕ เปิดสอนแผนกอาชีวศึกษาชั้นสูง แผนกภาษาต่างประเทศและเลขานุการ นับว่าแผนกเลขานุการได้กำเนิดขึ้นในโรงเรียนรัฐบาลเป็นแห่งแรกของประเทศไทย
พ.ศ. ๒๔๙๖ เปิดสอนแผนกเสมียนพนักงานหลักสูตร ๒ ปี และยกเลิกในปี พ.ศ. ๒๕๐๐
วิทยาลัยบพิตรพิมุข
พ.ศ. ๒๕๑๖ เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกฐานะโรงเรียนขึ้นเป็น “วิทยาลัยบพิตรพิมุข”
วิทยาเขตบพิตรพิมุข
พ.ศ. ๒๕๒๐ เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชพชั้นสูง (ปวส.) ภาคค่ำ และโอนจากกรมอาชีวศึกษาไปสังกัดวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาโดยเรียกชื่อโรงเรียนว่า “วิทยาเขตบพิตรพิมุข”
พ.ศ. ๒๕๒๖ กระทรวงศึกษาธิการประกาศแยกเป็น ๒ วิทยาเขต คือ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ และ วิทยาเขตบพิตรพิมุข มหาเมฆ
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
พ.ศ. ๒๕๓๑ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดขมหาราชบรมนาถบพิตรทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ให้แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาว่า “สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล” เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๑
พ.ศ. ๒๕๓๖ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีต่อเนื่อง ๒ ปี ภาคปกติ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ วิชาเอกการบัญชี
พ.ศ. ๒๕๓๗ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีต่อเนื่อง ๒ ปี ภาคปกติ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ วิชาเอกภาษาธุรกิจ
พ.ศ. ๒๕๔๐ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีต่อเนื่อง ๒ ปี ภาคสมทบ
พ.ศ. ๒๕๔๒ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี ๔ ปี สาขาบริหารธุรกิจภาคปกติ วิชาเอกการบัญชี และภาษาอังกฤษธุรกิจ และปริญญาตรีต่อเนื่อง ๒ ปี ภาคสมทบ วิชาเอกการจัดการทั่วไป
พ.ศ. ๒๕๔๓ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีต่อเนื่อง ๒ ปี ภาคปกติ สาขาบริหารธุรกิจ วิชาเอกการจัดการทั่วไป
พ.ศ. ๒๕๔๔ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี ๔ ปี สาขาบริหารธุรกิจ วิชาเอกการจัดการทั่วไป
พ.ศ. ๒๕๔๕ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี ๔ ปี สาขาศิลปศาสตร์ วิชาเอกภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น
พ.ศ. ๒๕๔๖ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี ๔ ปี สาขาบริหารธุรกิจ วิชาเอกระบบสารสนเทศ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ บพิตรพิมุข จักรวรรดิ
จากพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดขมหาราชบรมนาถบพิตรที่ได้ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๘ และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘ มีผลให้สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ตามพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ ปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้งเก้าแห่ง โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตน์โกสินทร์ ประกอบไปด้วย
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พื้นที่ศาลายา
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่าง
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พื้นที่วังไกลกังวล
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ มี ๒ หน่วยงานคือ คณะบริหารธุรกิจ และคณะศิลปศาสตร์
คณะบริหารธุรกิจประกอบด้วย สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาการจัดการ สาขาวิชาการตลาด สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ สาขา วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ และสาขาวิชาบริหารธุรกิจ (หลักสูตรภาษาจีน)
คณะศิลปศาสตร์ ประกอบด้วย สาขาวิชาภาษาจีน สาชาวิชาภาษาญี่ปุ่น และสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล
